โซเชียลพ่นพิษคนบันเทิง ปี 2560

เพราะโลกโซเชียลอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว หลายคนจึงปล่อยให้สื่อโซเชียลเข้ามามีอิทธิต่อชีวิตแทบ 24 ชั่วโมง แบบไม่ทันรู้ตัว ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ เศร้าเคล้าน้ำตา ก็ต้องประกาศให้โลกรู้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าซุปตาร์ในวงการบันเทิง จนหลายคนพลาดพลั้งงานเข้าเพราะพิษโซเชียลไปเรียบร้อย

โซเชียลพ่นพิษหนักจนกลายเป็นมหากาพย์ดราม่าแห่งปี 2560 คือกรณี “พิชญ์ กาไชย” เจ้าของแฮชแท็ก “ต่ำตมไม่หยุด” ที่ถูกตราหน้าว่าไม่แมน หลังทวีตข้อความตอบโต้อดีตคนรัก “โฟร์ ศกลรัตน์” ที่นำเรื่องราวความรักในอดีตเมื่อ 6 ปีก่อนมาเล่าผ่านรายการโทรทัศน์ แต่หนุ่มพิชญ์แก่ตัวแบบน้ำขุ่นๆ ว่า แฮกแท็กสุดแซบนี้แค่ขำๆ ไม่ได้แขวะหรือพาดพิงสาวโฟร์แม้แต่น้อย

แต่เรื่องฉาวมักไม่จบง่ายๆ เผือกกันไปเผือกกันมาเลยลุกลามบานปลายไปสู่แฮชแท็กใหม่ “ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น” ที่คราวนี้เหยื่อขี้ปากขาเม้าท์เป็นถึงเจ้าแม่วงการวิทยุ “ฉอด สายทิพย์” เจ้าของรายการที่ “โฟร์” ไปแฉดราม่าหัวใจ จนมีคนไปตั้งกระทู้ในเว็บดังให้ “ป้าซุ่ม” สาวไส้ชีวิตรักของตัวเองบ้าง อย่าดีแต่ตีแผ่ชีวิตคนอื่น แถมขุดคุ้ยเรื่องในอดีตที่เคยมีข่าวเลิฟๆ กับ “เอส วรฤทธิ์” และ “ว่าน ธนกฤต” ทำเอาบิ๊กบอสเอไทม์เก้าอี้ร้อน ต้องโร่แถลงเรื่องส่วนตัวผ่านรายการตัวเองเป็นครั้งแรกหวังจบดราม่า แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะชี้แจงออกทะเลไม่ตรงประเด็น จึงต้องควงผู้ร่วมชะตากรรมคนสนิท “เอส วรฤทธิ์” ออกมาเปิดใจพร้อมกันอีกครั้งแบบไม่ตรงประเด็นเช่นเดิมว่า ถึงจะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน แต่ก็ไม่เก็บมาคิดให้รกสมอง

ส่วน “พลอย หอวัง” แม้จะมีสื่ออยู่ในมือตัวเองเพราะทำรายการออนไลน์ แต่กลับกลายเป็นเหยื่อโซเชียลเพราะความคะนอง เมื่อเล่นเกมใบ้คำถึงนักร้องซุปตาร์โลก “เทเลอร์ สวิฟต์” ว่า “ผมทอง มีสามีเยอะ เหมือนเคอรี่” ทำเอาแฟนคลับ “เจ๊เท” กระหน่ำจวกยับว่าไม่ควรใช้คำพูดหยาบคายแบบนี้ ที่สำคัญ “พลอย” เองก็ร่วมแคมเปญ “Words Hurt” ของสาว “ยิปโซ อริกันตา” ซึ่งรณรงค์ให้หยุดการทารุณทางคำพูด แต่เจ้าตัวกลับเหยียดคนอื่นว่าเหมือนผู้หญิงขายบริการซะเอง สุดท้ายเลยต้องออกมาขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่าสนุกจนลืมตัว

อีกคนที่เพลี่ยงพล้ำเพราะความคะนองของตัวเอง คือหนุ่มมาดแบดบอย “แทค ภรัณยู” ที่โพสต์ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำละครฉากนักโทษคดีข่มขืนขึ้นศาล พร้อมระบุแคปชั่นว่า “ใครอยากให้เราข่มขืนเลือกเลย” ทำเอาโซเชียลร้อนฉ่าทันควันที่นำเรื่องนี้มาล้อเล่น ถึงขั้นล่ารายชื่อให้ผู้จัดปลดหนุ่ม “แทค” ออกจากละครเรื่องนี้

ด้านนักร้องสาว “อิมเมจ สุธิตา” อายุแค่ 19 แต่โชว์พาวในโซเชียลด้วยการทวีตเดือดแสดงความไม่พอใจบริการสาธารณะของบ้านเกิด ลามปามถึงขั้นโพสต์ด่าว่า “ประเทศเฮงซวย อีกพันปีก็ไม่เจริญ” และ “ไม่อยากเรียกที่นี่ว่าบ้าน” เพียงแค่ต้องรอรถเมล์นาน งานนี้จึงโดนชาวเน็ตถล่มด่าให้ตาสว่าง จนเจ้าตัวต้องลบข้อความทิ้ง ก่อนอ้อมแอ้มแก้ตัวว่าโพสต์ไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

ปลาหมอตายเพราะปากของจริงต้องยกให้ “หญิงแย้ นนทพร” อยู่ดีไม่ว่าดี ดันไปวิพากษ์วิจารณ์โอปป้าแดนกิมจิสุดฮอตอย่าง “กงยู” ว่าเบ้าหน้าไม่หล่อเหมือนศัลยกรรมไม่เสร็จ ทำเอาแฟนคลับลุกฮือถล่มเละไม่เว้นแม้แต่แฟนคลับตัวแม่อย่าง “โอปอล์ ปาณิสรา” ที่เตือนตรงๆ ว่า ไม่ควรดูถูกรูปลักษณ์ของคนอื่นเพราะมันไม่ใช่เรื่องตลก ด้านครูสอนภาษาอังกฤษระดับเซเลบ อย่าง “ครูลูกกอล์ฟ” สอนมวยเป็นภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยได้ว่า “การศัลยกรรมไม่สามารถเปลี่ยนหัวใจที่น่าเกลียด และทัศนคติที่สกปรกได้” แม้แต่รุ่นใหญ่อย่าง “เอ๋ นรินทร ณ บางช้าง” ก็ไม่วายปลงสังเวชว่า ขนาดตัวเองยังทำศัลยกรรมมาหมดยกเว้นตาดำ แต่อยู่ดีๆ ก็ยื่นมีดให้คนอื่นเอามาแทงตัวเอง สนุกมั้ยล่ะ รวมถึงนักร้องหนุ่ม “โต๋ ศักด์สิทธิ์” ที่ประกาศยกให้กงยูเป็นโอปป้าที่หนึ่งในใจ ยับเยินขนาดนี้สุดท้าย “หญิงแย้” ก็ต้องออกมาขอโทษ พร้อมลบคลิปเจ้าปัญหาทิ้ง แต่คงไม่ทันแล้ว เพราะติ่งกงยูแห่กันแชร์พร้อมแปลเป็นภาษาต่างๆ เรียกว่าตอนนี้ “หญิงแย้” คงโดนสับเป็นภาษานานาชาติไปเรียบร้อยแล้ว

ยังมีอีกหลายกรณีที่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวจากโซเชียล เพราะอิสระในการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ทำให้คนคิดน้อยลง จนนำไปสู่ความขัดแย้งในที่สุด พญ.สุนิดา โสภณนรินทร์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นโรงพยาบาลพญาไท ให้ความเห็นว่า ความรุนแรงในโลกโซเชียลที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมเลียนแบบ หากควบคุมตัวเองไม่ได้ก็จะเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีให้เกิดโรคซึมเศร้า ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นจบชีวิตตัวเองได้

ในยุคที่โซเชียลรวดเร็วเพียงแค่คลิกที่ปลายนิ้ว สมาชิกโลกออนไลน์ทั้งหลายคงต้องตั้งสติ ไม่ปล่อยให้มือไวใจเร็วกว่าสติและความคิด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้ในวันข้างหน้า

Categories: news